บอร์ดโรคที่มากับฤดูฝน

บอร์ดความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคที่มากับหน้าฝน

ฤดูฝนเป็นฤดูที่มีโรคอันตรายแฝงมาด้วยเหมือนฤดูอื่น ดังนี้เราควรมีวิธีการป้องกันโรคที่เกิดในฤดูฝน

การป้องกันโรคที่เกิดในฤดูฝน
เนื่องจากขณะนี้จะย่างเข้าสู่ฤดูฝน สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมักมีฝนตกหนักติดต่อกันเป็นช่วงๆ ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลันได้ ทั้งในกรุงเทพมหานครและตามจังหวัดต่างๆ การเปลี่ยนแปลงของภาพดินฟ้าอากาศเช่นนี้ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคหลายชนิดซึ่งสามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว กรมควบคุมโรคมีความห่วงใยในสุขภาพและอนามัยของประชาชนในช่วงฤดูฝนนี้เป็นอย่างยิ่ง จึงขอแจ้งให้ประชาชนได้ตระหนักถึงโรคที่จะเกิดในฤดูฝน และวิธีป้องกันดังนี้

1. โรคที่ติดต่อทางน้ำและทางอาหาร
โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำท่วม ได้แก่ โรคท้องเดินหรือโรคอุจจาระร่วง โรคบิต ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ เป็นต้น สาเหตุเกิดจากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค รวมทั้งเกิดจากการับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ การประกอบอาหาร ที่ใช้น้ำคลองไม่สะอาดหรือน้ำไม่ผ่านการบำบัด ซึ่งอาจมีเชื้อโรคปะบนมากับสิ่งปฏิกูลต่างๆ เช่น อุจจาระ ปัสสาวะของคนหรือสัตว์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงไว้นานข้ามมื้อหรือเกิน 6ชั่วโมง  เช่น อาหารกล่องที่ทำค้างไว้นานสำหรับคนจำนวนมาก เนื่องจากอากาศของโลกที่ร้อนชื้นของประเทศไทยเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรค หรือการสร้างพิษของเชื้อโรค ทำให้อาหารบูดเสียง่ายขึ้น

2. โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ
โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เมื่อเข้าสู้หน้าฝนอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว มักจะเกิดโรคในระบบทางเดินหายใจโรคที่พบบ่อย ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่มีมากมายหลายชนิดในอากาศ สามารถติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม หรือมือที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะ วิธีป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่บุคคลอื่น ทำได้โดย เวลาไอจาม ควรใช้ผ้าปิดปากและจมูกหรือสวมหน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ชุมชน และควรล้างมือให้สะอาดบ่อยๆ กลุ่มที่ควรระมักระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก อายุต่ำกว่า 5ปี เนื่องจากหากป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะโรคปอดบวมจะเป็นอันตรายมากถึงเสียชีวิตได้ ดังนั้นพ่อแม่หรือผู้ดูแลเด็กต้องสังเกตอาการ หากมีไข้ ไอหายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย ให้รีบพาไปพบแพทย์ เพื่อให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที

3. โรคเลปโตสไปโรซิส
เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ในฉี่หนูหรือสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข สุกร โค กระบือ รวมทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ฟันแทะที่เป็นสัตว์นำโรค โดยเชื้อจะปะปนอยู่ในน้ำและสิ่งแวดล้อม เช่น ดิน โคลน แอ่งน้ำ ร่องน้ำ น้ำตก ที่ขึ้นแฉะมีน้ำท่วมขัง เมื่อคนเดินย่ำน้ำหรือเล่นน้ำนานๆ เชื้อก่อโรคจะไชเข้าสู่ร่างกาย ทางบาดแผล รอยถลอก รอยขีดข่วน เยื่อบุจมูก เยื่อบุตาหรือเข้าทางเยื่อบุในช่องปาก หรือทางผิวหนังที่เปื่อยยุ่ย บางครั้งอาจติดเชื้อโดยการกินอาหาร หรือน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อที่หนูมาเยี่ยวรดไว้ ผู้ป่วยจะมีอาหารหลังจากได้รับเชื่อ 2-29 วัน ส่วนมากประมาณ 1-2 อาทิตย์ อาหารที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่น่องและโคนขา อาจมีอาการตาแดง คอแข็ง มักมีไข้ติดต่อกันหลายวันสลับกับระยะไข้ลดอาจมีจุดเลือดออกที่เพดานปากหรือตามผิดหนัง ระยะท้ายอาจมีตับและไตวาย ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น ดังนั้น เมื่อมีอาการปวดศีรษะฉับพลัน มีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงหลังจากมีประวัติพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อขอรับการรักษาอย่างถูกต้องเพราะถ้าปล่อยไว้จนอาการรุนแรงแล้วอาจเสียชีวิตได้

4. โรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออก เกิดจากเชื้อไวรัส โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค หลังจากถูกยุงลายที่มีเชื้อกัดประมาณ 5-8 วัน จะมีอาการไข้สูงลาย 38.5-51 องศาเซลเซียส ติดต่อกัน 2-7 วัน หน้าแดง ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูกปวดเบ้าตา บางรายมี ปวดท้อง อาเจียน เบื่ออาหาร มีจุดแดงเล็กๆ ตามแขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาไหลและเลือดออกตามไรฟัน อาการทั่วไปคล้ายเป็นหวัด แต่ไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ผู้มีอาการไม่รุนแรงกลังจากไข้ลดลงอาการต่างๆจะดีขึ้น แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง ขณะที่ใช้ลดลงอย่างรวดเร็ว จะเกิดภาวะช็อกผู้ป่วยจะมีอาการซึมลง กระสับกระส่วย กระหายน้ำ เหงื่อออก ตัวเย็น ปากเขียว ชีพจรเบาเร็ว ความดันโลหิตลงลด บางรายมีอาการปวดท้องกะทันหัน อาจมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและลำไส้  ถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะน้อยลง ไม่ค่อยรู้สึกตัวต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องทันเวลาผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ภายใน 12-24 ชั่วโมง

5. โรคมาเลเรีย
โรคมาลาเรีย ไข้มาลาเรียเกิดจากเชื้อโปรโตซัว โดยมียุงก้นปล่องซึ่งมีแหล่งอาศัยในป่าตามแนวชายแดนของประเทศเป็นพาหะนำโรค เมื่อถูกยุงนำเชื้อกัด ประมาณ 10-14 วัน จะมีอาการไข้หนาวสั่นเป็นพักๆในเวลาเดิม ต้องไปพบแพทย์ เพื่อเจาะเลือดตรวจและรับการรักษาโดยเร็ว โรคมาเลเรียรักษาให้หายได้เพียงรับประทานยาไม่กี่วันเท่านั้น แต่หากรับการตรวจรักษาช้า อาจมีปัญหาทำให้เกิดอาการป่วยรุนแรงมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง ภาวะปอดบวมน้ำ ภาวะไตวายๆ ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่จะใช้ในการป้องกันโรคนี้ การป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด เช่น การทายากันยุง การนอนในมุ้งชุบสารเคมี เป็นวิธีที่ดีที่สุดในขณะนี้ ในประเทศไทยไม่แนะนำให้รับประทานยาป้องกันเนื่องจากไม่มียาที่มีประสิทธิภาพสูงและก่อให้เกิดปัญหาการดื้อของเชื่อมาลาเรียต่อยาได้ง่าย

6. โรคไข้สมองอัเสบ เจ อี
โรคไข้สมองอักเสบ เจ อี เกิดจากการติดเชื้อไวรัส มียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค มียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรคซึ่งมักแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำในทุ่งนา ยุงชนิดนี้ได้รับเชื้อไข้สมองอักเสบ เจ อี ขณะกินเลือดสัตว์โดยเฉพาะหมูเป็นแหล่งโรคที่สำคัญ จากนั้นเมื่อยุงมากัดคน จะปล่อยเชื้อเข้าสู่ร่างกายทำให้คนติดโรคได้ ส่วนใหญ่ของผู้ติดเชื้อมักไม่มีอาการ ในรายที่มีอาการจะมีอาการไข้สูงปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย หากอาการรุนแรงผู้ป่วยอาจไม่รู้สึกตัวและเสียชีวิต บางรายเมื่อหายป่วยอาจมีความพิการทางสมอง สติปัญญาเสื่อหรือเป็นอัมพาตได้

7. โรคเยื่อตาอักเสบ หรือตาแดง
โรคเยื่อตาอักเสบ หรือตาแดง เกิดจากเชื้อไวรัส เชื้ออยู่ในน้ำตาและขี้ตา ติดต่อโดยการสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดตาอักเสบ เนื่องจากการใช้น้ำที่ไม่สะอาดล้างหน้า อาบน้ำ หรือถูกน้ำสกปรกที่มีเชื้อโรคกระเด็นเข้าตาหรือเกิดจากการใช้มือ แขน และเสื้อผ้าที่สกปรก ขยี้ตา หรือเช็ดตา

8. โรคน้ำกัดเท้า
โรคน้ำกัดเท้า เกิดจากเชื้อรา สาเหตุมาจากการทำงานที่ต้องลุยอยู่ในน้ำสกปรกนานๆ ทำให้ผิดหนังซอก นิ้วเท้าแดง ขอบนูนเป็นวงกลม คัน ถ้าเกาจะเป็นแผลมีน้ำเหลืองเยิ้ม

9. อันตรายจากสัตว์มีพิษ
อันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ แมงป่อง แมงมุม รวมถึงจระเข้ที่อาจหลุดมาจากฟาร์มได้ ซึ่งหนีมาหลบอาศัยในบริเวณบ้านโดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำท่วม

10. โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษ
โรคอาหารเป็นพิษจากเห็ดพิษ จากรายงานการเฝ้าระวังโรค กรมควบคุมโรคพบผู้ป่วยและเสียชีวิต จากการรับประทานเห็นพิษทุกปี ส่วนใหญ่ ในช่วงต้นฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือน พฤศจิกายน ซึ่งพบว่ารับประทานเห็ดที่ขึ้นเองในป่า สวน ไรหรือเห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อพิจารณาสถิติโรครายภาค พบว่าส่วนมากพบที่ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ จากวิธีชีวิตที่อาศัยอยู่ตามชนบทนอกจากจะทำนาแล้วยังมีการหารายได้หลังว่างเว้นการทำไรนาคือ การเก็บเห็นป่าขาย ดังนั้นผู้ที่เก็บเห็ดมาขายหรือนำมาปรุงเป็นอาหารจะต้องมีความรู้และมีความชำนาญ และที่สำคัญจะต้องเป็นคนในพื้นที่ซึ่งเคยเก็บเห็ดชนิดนั้นๆ มารับประทานแล้วมีความปลอดภัย ดังนั้นพึงระวังอย่ารับประทานเห็ดที่สงสัยไม่รู้จักและไม่แน่ใจ ควรรับประทานเฉพาะเห็ดที่แน่ใจเท่านั้น และหากเก็บมาแล้วให้นำมาปรุงอาหารเลยไม่ควรเก็บไว้นานเพราะเห็ดจะเน่าเสียเร็วหรืออาจแช่ตู้เย็นไว้ได้ และห้ามกินเห็นดิบๆ โดยเด็ดขาด หากเป็นเห็ดที่ไม่เคยกินควรกินแต่เพียงเล็กน้อยในครั้งแรก เนื่องจากเห็ดที่ไม่เป็นพิษสำหรับคนอื่นอาจเป็นพิษและทำให้มีอาการแพ้ต่อเราได้

คำแนะนำทั่วๆ ไปในการระวังป้องกันโรค
1. รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายมีความต้านทานโรค
2. รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม และดื่มน้ำที่สะอาดทุกครั้ง เช่น น้ำที่ต้มแล้วหรือน้ำบรรจุขวดที่มีเครื่องหมายรับรองคุณภาพ (เครื่องหมาย อย.) รวมทั้งเลือกซื้อน้ำแข็งที่สะอาดไม่มีตะกอนไม่ควรรับประทานน้ำแข็งที่ใช้แช่อาหารอื่น
3. ล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนรับประทานทุกครั้ง
4. ถ่ายอุจจาระลงในส้อม และล้างมือให้สะอาดหลังถ่ายอุจจาระทุกครั้งในช่วงที่มีน้ำท่วม หากไม่สามารถถ่ายอุจจาระลงในส้อม ห้ามถ่ายอุจจาระลงในน้ำโดยตรง แต่ให้ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก แล้วใส่ปูนขาวจำนวนพอสมควรปิดปากถุงให้แน่น นำใส่ถุงดำหรือถุงขยะ อีกครั้งหนึ่งก่อนนำไปทิ้ง
5. หากมีไข้ไม่สูง หรือรู้สึกไม่สบาย ควรเช็ดตัวลดไข้เป็นระยะ รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ห้ามใช้แอสไพรินและหากภายใน 2 วัน ไข้ไม่ลดหรืออาการทรุดลงให้รีบไปพบแพทย์
6. หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ
7. ล้างมือ ล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้งหลังจากเดินย่ำน้ำ เมื่อถูกน้ำสกปรกควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดให้แห้ง อย่าปล่อยให้อับชื้นเป็นเวลานาน การใช้เครื่องป้องกันให้เป็นนิสัย เช่น การใช้รองเท้าบูท ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดโรคได้หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะที่มีการเลี้ยงสัตว์ และสัมผัสเยี่ยวสัตว์ การควบคุมหนู โดยการทำลายและการปรับปรุงสุขาภิบาล สิ่งแวดล้อม ก็เป็นการป้องกันโรคได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
8. ถ้าเดินทางไปพักค้างแรมในป่า ต้องป้องกันตนเองให้ถูกยุงกัดน้อยที่สุด เมื่อมีอาหารไข้ภายหลังจากไปป่า ควรบอกประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบเพื่อรับการตรวจเลือดหาเชื้อมาลาเรียโดยเร็วที่สุด

คำแนะนำในการระวังป้องกันโรคที่มากับฤดูฝน

บริการแพทย์และพยาบาลประจำโรงงาน  pmsnurse.com

Google Plus

Facebook