บอร์ดโรคอันตรายในฤดูร้อน
ตัวอย่างบอร์ดความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดมากที่สุดในหน้าร้อน
เริ่มข้าสู่ฤดูร้อนมีโรคภัยไข้เจ็บที่ต้องเฝ้าระวังหลายโรคด้วยกัน โดยเฉพาะโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ เนื่องจากฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อโรคบางชนิด ในบางพื้นที่ของประเทศอาจประสบกับภาวะภัยแล้ง อาจพบการระบาดของโรคติดต่อทางอาหาร และน้ำ เช่น โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ จึงควรระมัดระวังในเรื่องความสะอาดของอาหาร น้ำดื่ม และภาชนะในการใส่อาหาร ตลอดจนให้มีการใช้ส้วมที่ถูกสุขลักษณะสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นกว่าปกติ และสูงกว่าช่วงปีที่แล้ว ทำให้เชื้อโรคโดยเฉพาะกลุ่มแบคทีเรียเจริญเติบโตดีขึ้นและสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย นอกจากนี้สภาพอากาศที่ร้อนมากในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่ป่วยมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น ความดันโลหิตสูง โรคลมชัก ผู้ที่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอหรือผู้ป่วยที่มีอาการทางประสาทที่ต้องกินยาเป็นประจำทางกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเป็นกรณีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนโรคทันทีหากมีการระบาดเกิดขึ้นหากเกินความสามารถให้ประสานบุคลากรพื้นที่ใกล้เคียงช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันขอให้ประชาชน
ยึดหลักความปลอดภัย 4 ข้อ คือ
1. รักษาความสะอาดห้องน้ำหรือส้วม
2. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังจากใช้ห้องน้ำ
3. กินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ
4. ใช้ช้อนกลาง
โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อนกลุ่มที่ 1
โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อนกลุ่มที่ 1 เป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคอุจจาระร่วง โรคอาหารเป็นพิษ บิด อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อยหรือไทฟอยด์ และโรคตับอักเสบชนิดเอ โรคเหล่านี้แม้ว่าจะมีสาเหตุแตกต่างกัน แต่จะมีวิธีการติดต่อที่คล้ายคลึงกัน โดยเชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกายโดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ ที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป เช่น อาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ ลาบ ก้อย อาจเกิดจากอาหารที่มีแมลงวันตอมหรืออาหารที่ทิ้งไว้ค้างคืน โดยไม่ได้แช่เย็นไว้ และไม่ได้อุ่นให้ร้อนก่อนรับประทาน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคดังกล่าวสามารถแพร่เชื้อได้ทางอุจจาระ และหากเป็นผู้ประกอบอาหาร หรือพนักงานเสิร์ฟอาหารจะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้มาก
โรคอุจจาระร่วง
โรคอุจจาระร่วงเป็นโรคติดต่อทางอาหารและน้ำที่สำคัญที่สุด อาจเกิดจากเชื้อโรคชนิดต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส โปรโตซัวและหนอนพยาธิ เชื้อก่อโรคเหล่านี้สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปอาการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นอาการสำคัญของโรคอุจจาระร่วง อาจถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายมีมูกปนเลือด โดยทั่วไปมักจะอาเจียนร่วมด้วย ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันได้มาก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย ในขณะที่บางรายอาจมีอาการรุนแรงมากโรคอุจจาระร่วงอาจเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยถึงกับเสียชีวิตได้
โรคอาหารเป็นพิษ
โรคอาหารเป็นพิษเกิดจากการรับประทานเชื้อโรคหรือสารพิษของเชื้อโรคที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารเข้าไปในร่างกายสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไป เช่น เชื้อสแตฟฟิโลคอคคัส หรือเชื้ออีโคไล บางรายเกิดจากเชื้อซาลโมเนลลา เชื้อชิเกลลา เชื้อแคมไพโรแบคเตอร์ เชื้ออหิวาต์ โบทูลิสซึม พิษจากเห็ด เชื้อลิสทีเรีย เชื้อแบซิลลัสซีเรียส และเชื้อเยอซิเนีย โรคอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อลิสทีเรียมี รายงานพบมากขึ้นในระยะหลังๆ จึงควรจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าจะเป็นปัญหาในประเทศไทยด้วยหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักเชื้อนี้โรคอาหารเป็นพิษอาจเกิดขึ้นทีละหลายๆ คนโดยการกินอาหารปนเปื้อนชนิดเดียวกัน ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับอาหารปิกนิก โรงอาหารที่โรงเรียน งานเลี้ยงสังสรรค์ อาหารที่ไม่ได้เก็บแช่ไว้ในตู้เย็น อาหารที่ทำไว้ล่วงหน้านาน ๆ แล้วไม่ได้แช่ตู้เย็นไว้ โดยไม่ได้อุ่นให้ร้อนพอ อาหารที่เตรียมขึ้นอย่างไม่สะอาด บางครั้งพบในอาหารที่ปรุงไม่สุกอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ไข่เป็ด ไข่ไก่ นมและผลิตภัณฑ์ของนม โดยเฉพาะน้ำนมที่ยังไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ อาหารฝรั่งที่ใส่มายองเนส อาหารกระป๋อง และอาหารทะเล เด็กเล็กและคนชรามีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคอาหารเป็นพิษ ผู้ที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ ผู้ป่วย โรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันน้อยกว่าปกติ สตรีมีครรภ์ มารดาที่ให้นมบุตร อาการของโรคอาหารเป็นพิษมักเกิดขึ้นภายใน 2-6 ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อหรือสารพิษของเชื้อ อาการต่างๆ ได้แก่ ไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย บางครั้งอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ถ้าถ่ายอุจจาระมากจะเกิดอาการขาดน้ำและสารเกลือแร่ในร่างกาย ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเกิดการอักเสบที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ข้อและกระดูก ถุงน้ำดี กล้ามเนื้อหัวใจ ปอด ไต เยื่อหุ้มสมอง และเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสโลหิตจะทำให้เกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก และผู้สูงอายุ
โรคบิด
โรคบิดเกิดจากเชื้อบิดซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียหรืออะมีบา เชื้อบิดชนิดอะมีบาเรียกว่าบิดมีตัว ส่วนเชื้อบิดที่เป็นแบคทีเรียเรียกว่าบิดไม่มีตัวเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคบิดมีชื่อเรียกว่า Shigella โรคบิดสามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหาร ผักดิบหรือน้ำดื่มที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไปอาการสำคัญ คือ ถ่ายอุจจาระบ่อยอุจจาระมีมูกหรือมูกปนเลือด มีไข้ ปวดท้องแบบปวดเบ่งร่วมด้วยและบางคนอาจเป็นโรคนี้แบบเรื้อรังได้
อหิวาตกโรค
อหิวาตกโรคเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Vibrio สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนเข้าไปอาการที่เกิดขึ้น คือ ถ่ายอุจจาระเป็นคราวละมากๆ โดยไม่มีอาการปวดท้อง ไปจนกระทั่งมีการถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าว อาเจียนมาก และมีอาการขาดน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว กระหายน้ำ กระสับกระส่าย อ่อนเพลีย ตาลึกโหล ผิวหนังเหี่ยวย่น ปัสสาวะน้อย หรือไม่มีปัสสาวะ หายใจลึกผิดปกติ ชีพจรเต้น เบาเร็ว อาการเหล่านี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช็อค หมดสติ เนื่องจากเสียสารน้ำในร่างกายสำหรับในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงแก่ความตายในเวลาอันรวดเร็ว ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
ไวรัสตับอักเสบเอ
เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเอพบได้ในหอยทะเล หรือในอาหารทั่วๆ ไป การติดต่อมักเป็นจากอุจจาระและเข้าทางปากถ้าอาหารทุกชนิดที่เข้าปากสะอาด ก็จะไม่เป็นโรคนี้ การล้างมือให้สะอาดจึงเป็นการป้องกันที่สำคัญ รวมไปถึงพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ โดยฉีดวัคซีน 2 เข็มโรคไวรัสตับอักเสบชนิดเอ มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เบื่ออาหาร เพลีย เบื่อบุหรี่ เบื่อเหล้า มีไข้ รู้สึกตึงๆ เจ็บๆ ที่บริเวณตับ ชายโครงด้านขวา อาจเป็นอยู่ 2-3 วัน แล้วจึงจะมีอาการดีซ่านซึ่งก็คือตัวเหลือง และตาสีขาวกลายเป็นสีเหลือง เมื่อมีดีซ่านอาการไข้จะหายไปผู้ป่วยจะรู้สึกไม่สบายอยู่ประมาณ 1 เดือนแล้วจึงหาย แต่บางรายอาจใช้เวลาถึง 3 เดือน โรคนี้ส่วนใหญ่จะหายมีน้อยรายมากที่จะเสียชีวิต และเมื่อหาย จะหายขาด ไม่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง จนถึงโรคตับแข็งหรือกลายเป็นมะเร็งของตับ
โรคที่พบบ่อยในฤดูร้อนกลุ่มที่ 2
เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ได้แก่ โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำซึ่งเป็นโรคที่รักษาไม่ได้ เมื่อป่วยแล้วจะเสียชีวิตทุกราย
โรคพิษสุนัขบ้า
โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำเกิดจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนส่วนใหญ่พบในสุนัข แมว ค้างคาว ติดต่อได้ทั้งการโดนกัด ข่วน หรือถูกเลียบริเวณที่มีแผลถลอก หรือน้ำลายสัตว์ที่มีเชื้อเข้าตา ปาก หรือจมูก ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการภายใน 15-60 วัน บางรายอาจนานเป็นปี เมื่อเป็นโรคพิษสุนัขบ้ายังไม่มียารักษา ทำให้เสียชีวิตทุกรายภายใน 2-7 วันหลังแสดงอาการ จึงต้องรีบให้วัคซีนทันทีเมื่อได้รับเชื้อ และแจ้งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทราบทันที เพื่อเข้าควบคุมโรคในพื้นที่หากถูกสัตว์กัดให้รีบล้างแผลด้วยสบู่ และน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง แล้วรีบไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำ และฉีดวัคซีนป้องกัน
ระวัง! โรคอันตรายในหน้าร้อนกันเถอะค่ะ
www.pmsnurse.com บริการแพทย์และพยาบาลประจำโรงงาน



